Retinoids กับ Retinol 

No photo description available.

 

Retinoids กับ Retinol ได้ยินสองคำนี้บ่อยๆ แต่ไม่ค่อยแน่ใจมันต่างกันยังไง เลยไปหาข้อมูลมาแบ่งปัน

เรตินอยด์ หรือกรดวิตามินเอ คือชื่อเรียกรวมๆ มีความหมายครอบคลุมวิตามินเอ และอนุพันธ์ของวิตามินเอทั้งหมด เรตินอลก็เป็น 1 ในนั้นนั่นเอง

 


 

อนุพันธ์ของวิตามินเอ ก็เช่น

– Retinol ตัวนี้น่าจะดังที่สุดแล้ว นิยมใช้ในสกินแคร์ หาซื้อได้ทั่วไป และเห็นผลค่อนข้างดีด้วย

เรตินอลจะเด่นในเรื่องการลดริ้วรอย ชะลอวัย ลดการเสื่อมของคอลลาเจนในผิว

– Retinyl Palmitate ตัวนี้จะอ่อนกว่าเรตินอล โอกาสระคายเคืองน้อยลง แต่ประสิทธิภาพก็ลดลงตามไปด้วย ซึมเข้าผิวไม่ค่อยดีนัก แถมยังพบว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังในหนูทดลองอีกด้วย

– Beta-carotene ตอนเด็กๆ จะท่องบ่อยๆ ว่า แครอทมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งตัวมันก็คือเม็ดสีที่ทำให้พืชผักผลไม้มีสีเหลืองหรือส้มนั่นเอง เวลาที่เรากินเข้าไป ร่างกายเราก็จะเปลี่ยนให้กลายเป็นวิตามินเอ ถือว่าเป็นประเภทหนึ่งของเรตินอยด์เหมือนกัน

มีการศึกษาว่า ทาเบต้าแคโรทีนลงบนผิวช่วยลดฝ้า จุดด่างดำได้ด้วย แต่ซึมเข้าผิวไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก สู้เรตินอลไม่ได้

– Retin-A (tretinoin) เป็นอีกตัวที่ดังมากๆ ในบางประเทศถือเป็นยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

เด่นเรื่องลดริ้วรอย ตีนกา ตีนไก่ทั้งหลาย ช่วยเรื่องสิว ลดจุดด่างดำ แถมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวได้ดีมากๆ แต่ก็ระคายเคืองได้ง่าย ต้องใช้อย่างระวัง

– Accutane (isotretinoin) เป็นเรตินอยด์ในรูปกินที่ใช้ในการรักษาสิวที่ค่อนข้างรุนแรง และใช้วิธีอื่นไม่ได้ผล ถือเป็นยาอันตราย มีข้อห้ามต่างๆ มากมาย เช่น

ห้ามใช้ร่วมกับยารักษาสิวตัวอื่น โดยเฉพาะชนิดทา

ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 3 เดือนก่อนใช้ยา และควรหยุดยาอย่างน้อย 3-12 เดือนก่อนตั้งครรภ์ รวมถึงไม่ควรใช้ขณะให้นมบุตร

ห้ามบริจาคเลือด ต้องหยุดใช้ยาแล้วอย่างน้อย 1 เดือนจึงบริจาคได้

อาจทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง ควรตรวจเลือดก่อนใช้ และทุกเดือนระหว่างการใช้

ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ อย่าไปซื้อมากินเองนะจ้ะ

– Differin (adapalene) เป็นตัวที่พัฒนามาเพื่อให้ระคายเคืองน้อยลง และทนต่อแสงได้มากกว่า Tretinoin เพราะงั้นใช้ตอนกลางวันได้ ไม่ต้องทาเฉพาะกลางคืนเท่านั้น

เมื่อก่อนต้องใช้ใบสั่งแพทย์ แต่ตอนนี้ในอเมริกาหาซื้อได้ทั่วไปแล้ว

– Tazorac (tazarotene) พัฒนามาให้ประสิทธิภาพดีขึ้น และทนต่อแสงมากขึ้น เมื่อก่อนใช้เป็นยารักษาโรคสะเก็ดเงิน แต่ตอนนี้เอามาใช้รักษาสิวแทน

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บของ Dr. Baumann ค่ะ

 


 

ตอนนี้เริ่มจะเข้าใจกรดวิตามินเอมากขึ้นแล้ว ประโยชน์มากมายแต่ก็ต้องใช้อย่างระวังด้วย

เราก็ยังไม่กล้าใช้อยู่ดี เพราะผิวบอบบางขั้นสุด ขอเริ่มจากอ่อนๆ อย่างน้อง Bakuchiol ก่อนละกันนะ

 

Leave a Reply